การสอบภาค ก. ก.พ. คืออะไร
การสอบ เพื่อวัดความรู้ ความสามารถทั่วไป หรือที่เรียกกัน ทั่วไปว่า การสอบ ภาค ก. ก.พ. คือ การสอบ คัดเลือก ด่านแรก ที่มีความสำคัญ สูงสุด ในระบบ การคัดเลือก บุคคล เข้าปฏิบัติงาน ในฐานะ ข้าราชการ พลเรือนสามัญ ของ ประเทศไทย การสอบนี้ จัดขึ้น และอยู่ภายใต้ การกำกับดูแล ของ สำนักงาน คณะกรรมการ ข้าราชการพลเรือน หรือ สำนักงาน ก.พ. ซึ่งเป็น องค์กรกลาง ด้านการบริหาร ทรัพยากรบุคคล ในหน่วยงาน ภาครัฐ ซึ่งขึ้นตรงต่อ นายกรัฐมนตรี โดยมี วัตถุประสงค์หลัก ในการกำหนด มาตรฐานกลาง เพื่อทดสอบ ความรู้ ความสามารถ และคุณลักษณะ พื้นฐาน ของผู้สมัคร ก่อนที่จะเข้าสู่ งานราชการ
การสอบผ่าน ภาค ก. ไม่ใช่การได้รับ การบรรจุแต่งตั้ง เป็นข้าราชการ ในทันที แต่ผู้สอบผ่าน จะได้รับ เอกสารสำคัญ คือ หนังสือรับรอง ผลการสอบผ่าน การวัดความรู้ ความสามารถทั่วไป ของ สำนักงาน ก.พ. ซึ่งผู้สมัคร จะต้องนำ หนังสือรับรองนี้ ไปใช้เป็น หลักฐาน ในการยื่น สมัครสอบ ภาค ข. ซึ่งเป็น การสอบวัด ความรู้ความสามารถ เฉพาะตำแหน่ง และการสอบ ภาค ค. ซึ่งเป็น การประเมิน ความเหมาะสม กับตำแหน่ง หรือการสอบ สัมภาษณ์ โดยที่ แต่ละกระทรวง ทบวง กรม จะเป็นผู้เปิดรับสมัคร และจัดสอบ ภาค ข. และ ภาค ค. ขึ้นเอง ตามจำนวน ตำแหน่งว่าง ที่ได้รับ การจัดสรร ในแต่ละรอบ
ใครสามารถสมัครสอบได้
สำนักงาน ก.พ. เปิดรับสมัครสอบ ภาค ก. โดยจัดแบ่ง ผู้สมัคร ออกตาม ระดับ คุณวุฒิ การศึกษา เพื่อให้สอดคล้อง กับลักษณะงาน และมาตรฐาน ตำแหน่ง ของระบบราชการ:
- ระดับ มัธยมศึกษา ตอนปลาย (ม.6) หรือ ประกาศนียบัตร ที่เทียบเท่า สำหรับ ตำแหน่งงาน ระดับ ปฏิบัติการ เบื้องต้น ตามประกาศ
- ระดับ ประกาศนียบัตร วิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือ อนุปริญญา ในสาขาวิชา ที่ทางราชการ กำหนด
- ระดับ ปริญญาตรี ในทุกสาขาวิชา ซึ่งเป็น ระดับ ที่มีผู้สมัครสอบ เข้าร่วม แข่งขัน มากที่สุด ในแต่ละปี
- ระดับ ปริญญาโท ในทุกสาขาวิชา สำหรับ ตำแหน่งงาน ที่กำหนด คุณสมบัติเฉพาะ
ผู้มีสิทธิ์ สมัครสอบ จะต้องเป็น ผู้มี สัญชาติไทย มีคุณสมบัติ ถูกต้อง และไม่มี ลักษณะต้องห้าม ตามที่ บัญญัติไว้ ใน พระราชบัญญัติ ระเบียบ ข้าราชการพลเรือน อีกทั้ง จะต้องสำเร็จ การศึกษา หรือกำลังจะ สำเร็จการศึกษา ภายใน ระยะเวลา ที่ระบุไว้ ในประกาศ รับสมัครสอบ ของแต่ละรอบ
การสอบดำเนินการอย่างไร
หลักสูตรการสอบ ภาค ก. ประกอบไปด้วย 3 หมวดวิชาหลัก ซึ่งผู้เข้าสอบ ทุกคน จะต้องทำคะแนน ผ่านเกณฑ์ ขั้นต่ำ ครบถ้วน ในทุกวิชา ตามเกณฑ์ ที่กำหนดไว้:
- วิชา ความรู้ความสามารถทั่วไป และการคิดวิเคราะห์: ประกอบด้วย การทดสอบ การคิดวิเคราะห์ เชิงปริมาณ การคำนวณ ทางคณิตศาสตร์ การใช้เหตุผล และความเข้าใจ ภาษาไทย เช่น การอ่าน จับใจความ การวิเคราะห์ บทความ และการทำความเข้าใจ รูปแบบ เอกสารราชการ
- วิชา ภาษาอังกฤษ: ทดสอบ ความสามารถ ในการใช้ ภาษาอังกฤษ สำหรับ การปฏิบัติงาน ครอบคลุม ไวยากรณ์ คำศัพท์ โครงสร้างประโยค และทักษะ การอ่าน ทำความเข้าใจ ในระดับ ที่เหมาะสม กับงานราชการ
- วิชา ความรู้ และลักษณะ การเป็นข้าราชการที่ดี: ทดสอบ ความรู้ เกี่ยวกับ ระเบียบ ข้าราชการ กฎหมาย บริหาร ราชการแผ่นดิน หลัก จริยธรรม ธรรมาภิบาล และการป้องกัน ผลประโยชน์ ทับซ้อน ในการปฏิบัติราชการ
สำนักงาน ก.พ. ดำเนินการ จัดสอบ เป็น 2 รูปแบบหลัก คือ การสอบ แบบกระดาษ (Paper and Pencil) ซึ่งเป็นการทำ ข้อสอบ ปรนัย บนกระดาษคำตอบ OMR พร้อมกัน ทั่วประเทศ และการสอบ ด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ (e-Exam) ซึ่งเป็นการสอบ ผ่านระบบ คอมพิวเตอร์ ตามศูนย์สอบ ที่จัดไว้ ในรอบประจำปี 2568 มีการเปิดรับสมัคร แบบกระดาษ ถึง 450,000 ที่นั่ง ซึ่งสะท้อนถึง การแข่งขัน ที่สูงมาก ผู้เข้าสอบ ที่เคยสมัครสอบ e-Exam ยังคงมีสิทธิ์ สมัครสอบ แบบกระดาษ ได้ตามปกติ
การเตรียมตัวสมัครสอบ
การสมัครสอบ ดำเนินการผ่าน ช่องทาง ออนไลน์ ทางเว็บไซต์ ทางการ job3.ocsc.go.th ของ สำนักงาน ก.พ. ในรอบปี 2568 เปิดรับสมัคร ในช่วง วันที่ 30 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 หรือจนกว่า ที่นั่งสอบ จะเต็ม ผู้สมัคร จะต้องเตรียม ไฟล์รูปถ่าย หน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่ใส่ แว่นตาดำ พื้นหลัง สีเรียบ ในรูปแบบ ไฟล์ JPG ตามขนาด ที่กำหนด พร้อมทั้ง ตรวจสอบ ข้อมูล วุฒิการศึกษา และเลือก ศูนย์สอบ จากนั้น ต้องชำระเงิน ค่าธรรมเนียม การสอบ ผ่านช่องทาง ธนาคาร ที่กำหนด ภายใน กำหนดเวลา ในใบแจ้งชำระเงิน
ในวันสอบ
ผู้เข้าสอบ ต้องเดินทาง ไปถึง ศูนย์สอบ ล่วงหน้า ก่อนเริ่มสอบ อย่างน้อย 60 นาที เพื่อตรวจสอบ ห้องสอบ และขั้นตอน การคัดกรอง หลักฐาน ที่ต้องนำติดตัว คือ บัตรประจำตัว ประชาชน ตัวจริง หรือบัตร ทางราชการ ที่มีรูปถ่าย ชัดเจน พร้อม บัตรประจำตัว ผู้เข้าสอบ ที่พิมพ์ ออกมาจาก ระบบ และปากกาลูกลื่น สีดำ หรือสีน้ำเงิน ห้ามนำ โทรศัพท์มือถือ นาฬิกา อัจฉริยะ อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องคิดเลข หรือตำรา บันทึก เข้าห้องสอบ โดยเด็ดขาด